ในคดีอุบัติเหตุทางจราจร เช่น รถชน ถือว่าภาครัฐเป็นผู้เสียหาย จึงเป็นคดีอาญาต่อผู้กระทำ เนื่องจากเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนโดยส่วนรวม และยังเป็นคดีเกี่ยวข้องทางแพ่งเกี่ยวข้องกับคดีอาญา ซึ่งผู้กระทำละเมิดต้องรับผิดในการกระทำของตนเอง รวมไปถึงความรับผิดของนายจ้างด้วย และยังเกี่ยวข้องกับความรับผิดของบริษัทประกันภัย คดีอุบัติเหตุจราจรในประเทศไทยมีกฎหมายแพ่งและกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องดังนี้
- คดีจราจรที่่ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับรถ โดยไม่มีความเสียหายใดๆ เกิดขึ้นต่อชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน คดีประเภทนี้ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 เจ้าพนักงานสามารถออกใบสั่งและผู้ต้องหาสามารถชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ คดีอาญาถือว่ายุติ หากผู้ต้องหาไม่ชำระค่าปรับ พนักงานสวบสวนต้องทำสำนวนเสนอพนักงานอัยการ เพื่อทำการฟ้องคดีอาญาต่อศาลต่อไป
2. คดีจราจรที่ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรและมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน แต่ไม่มีความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย คดีประเภทนี้เป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
2.1 ความผิดทางอาญา เมื่อผู้ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรหรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับรถ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 หากผู้ต้องหายอมรัีบผิด เจ้าพนักงานสามารถทำการเปรียบเทียบปรับได้ และผู้ต้องหาสามารถชำระค่าปรับตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบปรับ คดีอาญาถือว่ายุติ หากผู้ต้องหาไม่ยินยอมหรือยินยอมแต่ไม่ชำระค่าปรับภายในกำหนดเวลา พนักงานสวบสวนต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนเสนอพนักงานอัยการ เพื่อทำการฟ้องคดีอาญาต่อศาลต่อไป
2.2 ความผิดทางแพ่ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 “ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอิ่นโดยผิดกฎหมาย ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น”
3. คดีจราจรที่ขับขี่ฝ่าฝืนกฎจราจรและมีความเสียหายเกิดขึ้นต่อทรัพย์สิน ต่อชีวิตและร่างกาย เป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง
3.1 ควาามผิดทางอาญา นอกจากผู้ขับขี่จะกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ผู้กระทำความผิดยังอาจจะได้รับโทษทางอาญาดังต่อไปนี้
- กรณีเกิดความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจ แต่ไม่ถึงแก่อันตรายสาหัส เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390 “ผู้ใดกระทำประมาทและการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
- กรณีเกิดความเสียหายต่อร่างกายและจิตใจ ถึงกับอันตรายสาหัส เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท การกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
- กรณีเกิดความเสียหายต่อขีวิต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 “ผู้ใดกระทำโดยประมาท และกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปีและปรับไม่เกินสองแสนบาท ”
3.2 ความผิดทางแพ่ง ผู้ขับขี่ที่ผ่าผืนกฎจราจรและเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สินของบุคคลอื่น ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ในฐานะผู้กระทำละเมิด
ปรึกษาปัญหากฎหมายเพิ่มเติม ทนายหยิน โทร. 065-531-2515